คำนวณขนาดสถานะอย่างไรให้ไม่ขาดทุนเกิน 1%?

คำเตือนความเสี่ยง · YMYL บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การซื้อขายในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงที่อาจสูญเสียเงินทุน — ESMA รายงานว่าบัญชีรายย่อย 74–89% ขาดทุน

ส่วนที่ 1 จาก 3กฎ 1% — ทำไมจึงสำคัญ

กฎ 1% กำหนดว่าคุณเสี่ยงไม่เกิน 1% ของเงินทุนในแต่ละการเทรด สำหรับบัญชี 10,000 USD นั่นหมายถึงความเสี่ยง 100 USD ต่อหนึ่งคำสั่ง ไม่ว่าโอกาสตรงหน้าจะดู "แน่นอน" เพียงใดก็ตาม วินัยเรื่องขนาดสถานะนี้คือสิ่งที่แยกบัญชีที่อยู่รอดในระยะยาวออกจากบัญชีที่ระเบิดในไม่กี่สัปดาห์

ทำไมต้อง 1%? เพราะในเชิงสถิติ ทุกกลยุทธ์ย่อมสร้างชุดของการขาดทุนติดต่อกัน — บางครั้ง 5 ครั้ง บางครั้ง 10 ครั้ง บางครั้งถึง 15 ครั้งติดกัน ด้วยความเสี่ยง 1% การขาดทุน 10 ครั้งติดกันกินเงินทุนของคุณไปราว 10% (เชิงเรขาคณิตคือ 9.6%) ด้วยความเสี่ยง 5% — ราว 40% และด้วยความเสี่ยง 10% — ราว 65% ซึ่งบัญชีแทบจะไม่กลับมาที่จุดคุ้มทุนอีกเลย การบริหารความเสี่ยงจึงเริ่มต้นที่ตัวเลขเล็ก ๆ ตัวนี้

ส่วนที่ 2 จาก 3สูตรคำนวณขนาดสถานะ

ตัวแปรเพียงสามตัวก็เพียงพอ:

  1. เงินทุน × 1% = ผลขาดทุนสูงสุดในสกุลเงินของบัญชี
  2. ระยะ SL เป็น pip = ระยะห่างจากจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) กี่ pip
  3. มูลค่า pip สำหรับคู่เงินและล็อตนั้น ๆ

สูตร: ขนาดสถานะเป็นล็อต = (เงินทุน × 1%) / (ระยะ SL × มูลค่า pip ต่อ 1 ล็อต)

หลักการเดียวกันนี้คือแกนกลางของแนวคิดพื้นฐานในการเทรด ที่เชื่อมโยงเงินทุน ความเสี่ยง และขนาดสถานะเข้าด้วยกัน คุณกำหนดจำนวนเงินที่ยอมเสียก่อน แล้วจึงให้สูตรบอกขนาดของล็อต ไม่ใช่ทำกลับกัน

"คุณสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ผ่านการกำหนดขนาดสถานะ ไม่ใช่ผ่านระบบที่ดีที่สุด" — Van K. Tharp, 1999

ส่วนที่ 3 จาก 3ตัวอย่าง: EUR/USD บัญชี 10,000 USD และ SL 30 pip

ตัวอย่าง · ซื้อ EUR/USD / สถานะ Long ที่ 1.1234 พร้อม SL 1.1204
เงินทุน10,000 USD
1% ของเงินทุน (ความเสี่ยงสูงสุด)100 USD
ระยะถึง SL30 pip
มูลค่า pip บน 1 ล็อต EUR/USD10 USD
ขนาดสถานะ = 100 / (30 × 10)0.33 ล็อต
สถานะที่ปลอดภัย0.33 ล็อต (33,333 EUR)

คุณเปิด 0.33 ล็อต ไม่ใช่ 1 ล็อต หาก SL ถูกชน — คุณเสีย 100 USD นั่นคือ 1% ของเงินทุน บัญชีของคุณจึงผ่านชุดการขาดทุน 10 ครั้งติดกันไปได้โดยบอบช้ำเพียงเล็กน้อย นี่คือเหตุผลที่ความผันผวนของอารมณ์ในจังหวะที่ตลาดสวนทาง จะไม่สามารถทำลายบัญชีของคุณได้ตราบใดที่คุณยึดตามตัวเลขจากสูตร

ขั้นตอนถัดไป

  1. เปิดเครื่องคำนวณบนแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 ของคุณ แล้วกรอกเงินทุน เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง 1% ระยะ SL เป็น pip และมูลค่า pip ของคู่เงินที่จะเทรด ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามูลค่า pip แสดงในสกุลเงินของบัญชี ก่อนเปิดทุกคำสั่ง โดยเฉพาะคู่เงินที่มี JPY ซึ่งหนึ่ง pip เท่ากับ 0.01
  2. เขียนกฎ 1% ลงในแผนการเทรดของคุณเป็นลายลักษณ์อักษร และบันทึกขนาดสถานะที่คำนวณได้ลงในบันทึกการเทรดทุกครั้ง การจดบันทึกจะเผยให้เห็นเมื่อใดที่คุณเริ่มแหกกฎเพราะอารมณ์ ก่อนที่ชุดการขาดทุนจะลงโทษคุณอย่างหนัก
  3. ทดสอบสูตรนี้บนบัญชีทดลอง (demo account) อย่างน้อยหลายสิบการเทรด เพื่อให้การคำนวณขนาดสถานะกลายเป็นนิสัยอัตโนมัติ ฝึกฝนเพิ่มเติมในส่วนการฝึกฝนและทดลองเทรด ก่อนจะนำเงินจริงเข้าสู่ตลาด
  4. หากคุณซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ พึงตระหนักว่าในประเทศไทย Forex/CFD ผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศสำหรับนักลงทุนรายย่อยเป็นพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และ ธปท. โปรดศึกษาความเสี่ยงทางกฎหมายและการเงินก่อนตัดสินใจ และถือว่าเนื้อหานี้เป็นข้อมูลการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Jarosław Wasiński
เกี่ยวกับผู้เขียน

Jarosław Wasiński

บรรณาธิการบริหาร MyBank.pl · นักวิเคราะห์การเงินและตลาด

นักวิเคราะห์และผู้ปฏิบัติงานอิสระที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในภาคการเงิน ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารของ MyBank.pl ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2004 วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและมหภาคตั้งแต่ปี 2007 เขียนจากมุมมองตลาดโลก การเทรด Forex แบบ leverage มีความเสี่ยงสูง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ในประเทศไทย

แหล่งอ้างอิงและบรรณานุกรม

  1. Van K. Tharp Institute About Van K. Tharp — pioneer of position sizing · Author biography & methodology www.vantharp.com ↗
  2. Van K. Tharp / McGraw-Hill Trade Your Way to Financial Freedom (1999), Position Sizing chapter · ISBN 978-0-07-147871-7 www.mhprofessional.com ↗

คำถามที่พบบ่อย

กฎ 1% ใช้ได้กับบัญชีขนาดเล็ก เช่น 500 USD หรือไม่?

ใช่ แต่ต้องใช้ไมโครล็อต ด้วยบัญชี 500 USD กฎ 1% หมายถึงความเสี่ยงสูงสุด 5 USD ต่อการเทรด เมื่อใช้จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) 30 pip และมูลค่า pip 0.10 USD บนไมโครล็อต (0.01 ล็อต) ขนาดสถานะสูงสุดจะอยู่ที่ราว 0.017 ล็อต หรือประมาณ 1.7 ไมโครล็อต โบรกเกอร์ (broker) ECN ส่วนใหญ่อนุญาตให้เปิดสถานะเล็กสุดที่ 0.01 ล็อต กฎนี้จึงนำไปปฏิบัติได้จริง อย่างไรก็ตาม บัญชีต่ำกว่า 500 USD จะจำกัดเครื่องมือที่เทรดได้อย่างมาก และบางครั้งทำให้ความเสี่ยง 1% เล็กเกินกว่าจะครอบคลุมสเปรด (spread) ตามปกติ

ถ้าโอกาสเทรดดูดีมาก ควรเสี่ยงเกิน 1% หรือไม่?

การประเมินแบบอัตวิสัยว่าโอกาสเทรดดู "แน่นอน" เพียงใด เป็นหนึ่งในกับดักทางจิตวิทยาหลักของการเทรด งานวิจัยเรื่องการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน (Kahneman, Tversky) แสดงให้เห็นว่าคนเรามักประเมินความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่ตนกำลังจดจ่ออยู่สูงเกินจริงอย่างเป็นระบบ แม้กลยุทธ์ที่มีอัตราชนะ 65% ก็ยังขาดทุน 35 ครั้งจากทุก 100 การเทรด และการขาดทุนเหล่านั้นไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา การเพิ่มความเสี่ยงเกิน 2% ต้องอาศัยความได้เปรียบ (edge) ที่บันทึกไว้บนบัญชีจริงต่อเนื่องหลายเดือน ในกรณีอื่นทั้งหมด กฎ 1% ช่วยปกป้องคุณจากการที่อารมณ์เข้ามามีอิทธิพลต่อขนาดสถานะ

หากบัญชีเป็น EUR แต่เทรด USD/JPY จะแปลงมูลค่า pip อย่างไร?

สำหรับ USD/JPY หนึ่ง pip เท่ากับ 0.01 และมูลค่า pip ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐานในสกุลดอลลาร์ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY ปัจจุบัน — ที่ระดับ 150.00 จะอยู่ที่ราว 6.67 USD ในการแปลงเป็น EUR คุณนำมูลค่าในดอลลาร์หารด้วยอัตรา EUR/USD เมื่อ EUR/USD อยู่ที่ 1.09 หนึ่ง pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/JPY จะเท่ากับประมาณ 6.67 / 1.09 = ~6.12 EUR แพลตฟอร์มส่วนใหญ่คำนวณการแปลงนี้โดยอัตโนมัติและแสดงมูลค่า pip ในสกุลเงินของบัญชี ควรตรวจสอบค่านี้ในหน้าต่างเครื่องคำนวณสถานะก่อนเปิดทุกการเทรดบนคู่เงินที่มีเยน

เจาะลึกเพิ่มเติม · คู่มือฉบับสมบูรณ์