สเปรดคงที่หรือผันแปร — เลือกแบบไหนดีใน Forex?

ตรวจสอบล่าสุด: · ตรวจสอบทุกไตรมาส
คำเตือนความเสี่ยง · YMYL บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การซื้อขายในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงที่อาจสูญเสียเงินทุน — ESMA รายงานว่าบัญชีรายย่อย 74–89% ขาดทุน

สเปรด (spread) คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (ask) และราคาขาย (bid) ของคู่สกุลเงินเดียวกัน — นี่คือต้นทุนแรกที่คุณจ่ายทันทีที่เปิดสถานะ ก่อนที่ตลาดจะขยับแม้แต่ pip เดียว โบรกเกอร์เสนอสเปรดสองรูปแบบ: แบบคงที่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา และแบบผันแปรที่ปรับตามสภาพคล่องของตลาดในแต่ละขณะ บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองรูปแบบด้วยตัวเลขจริงจาก EUR/USD และคู่สกุลเงินรอง เพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

สเปรดคืออะไร และทำไมคุณถึงต้องจ่ายทุกครั้ง

ทุกคู่สกุลเงินบนแพลตฟอร์มจะแสดงสองราคาเสมอ หาก EUR/USD อยู่ที่ 1.0850 / 1.0851 ราคา bid คือราคาที่โบรกเกอร์จะซื้อยูโรจากคุณ และ ask คือราคาที่โบรกเกอร์จะขายให้คุณ ส่วนต่างตรงนี้คือหนึ่ง pip นั่นคือสเปรด คุณเปิดสถานะซื้อ EUR/USD ที่ราคา ask และปิดที่ราคา bid ดังนั้นในทันทีที่คุณเข้าเทรด สถานะของคุณจะติดลบอยู่แล้วเท่ากับขนาดของสเปรด ตลาดต้องเคลื่อนไปในทิศทางที่คุณคาดไว้ให้ได้ระยะนั้นก่อน คุณถึงจะคุ้มทุน นอกจากนี้ราคา bid และ ask ยังเกี่ยวพันโดยตรงกับวิธีที่คำสั่งป้องกันความเสี่ยงทำงาน ซึ่งคุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐาน Forexได้ในหมวดแนวคิดของเรา

ดูเผินๆ อาจดูเหมือนสเปรดเป็น "ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์" แต่แท้จริงแล้วมันถูกฝังอยู่ในกลไกของตลาดตั้งแต่ต้น สเปรดเกิดขึ้นเพราะฝ่ายตรงข้ามต้องแบกรับความเสี่ยงจากการถือสถานะไว้จนกว่าจะหาคู่สัญญาได้ ยิ่งหาผู้ซื้อและผู้ขายได้ง่าย ต้นทุนตรงนี้ก็ยิ่งต่ำ นั่นคือเหตุผลที่สเปรดบน EUR/USD อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของ pip ในขณะที่คู่สกุลเงินรองอาจกว้างกว่าหลายสิบเท่า กลไกเหมือนกันทุกประการ แต่ความลึกของตลาดต่างกัน

สเปรดคงที่ — รูปแบบของ Market Maker

สเปรดคงที่คือค่าที่รับประกัน: โบรกเกอร์ประกาศว่าบน EUR/USD คุณจะเห็น เช่น 1.5 pip เสมอ ไม่ว่าจะเทรดตอน 14:00 น. หรือตีหนึ่งกลางคืน และไม่ว่าตอนนั้นจะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ หรือไม่ก็ตาม รูปแบบนี้เสนอโดยผู้สร้างตลาด (Market Maker) เป็นหลัก ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาของคุณโดยตรงและบริหารความเสี่ยงภายใน แทนที่จะส่งทุกคำสั่งไปยังตลาดระหว่างธนาคาร

สำหรับผู้เริ่มต้นนี่คือข้อได้เปรียบที่จับต้องได้: ความสามารถในการคาดเดาได้ล่วงหน้า คุณรู้ก่อนว่าต้นทุนในการเข้าเทรดคือเท่าไร วางแผนได้ง่ายกว่า แต่ราคาของความสบายใจนี้ซ่อนอยู่ในค่าเฉลี่ย เนื่องจากโบรกเกอร์รับประกันอัตราแม้ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง จึงต้องเก็บกันชนไว้ ดังนั้นในชั่วโมงที่ตลาดเงียบ คุณจะจ่ายมากกว่าที่ควรหากเป็นสเปรดผันแปร ประเด็นที่สองซึ่งมักไม่ค่อยพูดถึง: ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวแรง Market Maker มักไม่ขยายสเปรดแต่จะ re-quote บ่อยขึ้น หรืออาจเกิดส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้น (slippage) ซึ่งคำสั่งของคุณถูก execute ที่ราคาแย่กว่าที่แสดงบนหน้าจอ

สเปรดผันแปร — รูปแบบ ECN และตลาดระหว่างธนาคาร

สเปรดผันแปร (floating spread) สะท้อนสภาพตลาดระหว่างธนาคารแบบ real-time ที่โบรกเกอร์ ECN สเปรดอาจลดลงเหลือ 0.1–0.2 pip เวลา 21:00 น. (เวลาประเทศไทย / ICT) เมื่อช่วงซื้อขายลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกัน แล้วขยายกว้างขึ้นเป็นหลาย pip ในคืนเดียวกันหลังจากช่วงซื้อขายหลักปิดลง โบรกเกอร์ ECN ไม่ได้เป็นคู่สัญญาของคุณ แต่ส่งคำสั่งไปยังกลุ่มผู้ให้บริการสภาพคล่อง (ธนาคารและสถาบัน) แล้วรับรายได้จากค่าคอมมิชชันตามปริมาณ ไม่ใช่จากสเปรด

ความกว้างของสเปรดผันแปรขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของตลาดณ ขณะนั้นโดยตรง บน EUR/USD ในชั่วโมงที่มีกิจกรรมสูงสุดสเปรดอาจแทบเป็นศูนย์ แต่จะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในสองสถานการณ์: ในตอนกลางคืนเมื่อศูนย์กลางการเงินหลักหลับ และในช่วงไม่กี่วินาทีรอบการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคสำคัญ ขณะที่ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ถูกประกาศ สเปรด EUR/USD อาจพุ่งจาก 0.3 ไปเป็นหลายสิบ pip ในไม่กี่วินาที นี่ไม่ใช่การกระทำของโบรกเกอร์ แต่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของตลาดต่อสภาพคล่องที่หดตัวชั่วคราว สำหรับนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์ scalping ในช่วงเวลานั้นพอดี นี่คือความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์ที่ทำกำไรกับกลยุทธ์ที่ขาดทุน

"สเปรดคือสิ่งแรกที่นักเทรดที่จริงจังมองเมื่อประเมินโบรกเกอร์ — เพราะมันคือต้นทุนเดียวที่คุณจ่ายในทุกการเทรด ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน" — Kathy Lien, Day Trading and Swing Trading the Currency Market, John Wiley & Sons, 2005

ตัวเลขจริง: EUR/USD เทียบกับคู่สกุลเงินรอง

ตัวเลขที่เป็นรูปธรรม บน EUR/USD ซึ่งเป็นคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก สเปรดผันแปรที่โบรกเกอร์ ECN ชั้นนำอยู่ระหว่าง 0.1 ถึง 1 pip ขณะที่สเปรดคงที่ที่ Market Maker มักอยู่ที่ 1 ถึง 2 pip ยิ่งคู่สกุลเงินมีการซื้อขายน้อย ต้นทุนยิ่งสูง: คู่สกุลเงินรองอย่าง USD/TRY (ลีรา) หรือ USD/ZAR (แรนด์) สเปรดอาจสูงถึง 10 ถึง 50 pip หรือมากกว่า เนื่องจากตลาดเบาบางและความเสี่ยงในการถือฝั่งตรงข้ามสูงกว่ามาก

ตัวอย่าง · ต้นทุนในการเปิดสถานะ 1 standard lot (100,000 หน่วย)
EUR/USD · สเปรดผันแปร 0.3 pip (ช่วงซื้อขายลอนดอน-นิวยอร์กทับซ้อน)3.00 USD
EUR/USD · สเปรดคงที่ 1.5 pip (Market Maker)15.00 USD
EUR/USD · สเปรดผันแปรกลางคืน / ช่วงประกาศข้อมูล (~8 pip)80.00 USD
USD/TRY · คู่สกุลเงินรอง สเปรด ~40 pip~120 USD
สรุป: คู่เดิมอาจแพงกว่า 5 เท่า ขึ้นอยู่กับเวลาที่เทรด3 → 15 → 80 USD

ตารางนี้แสดงให้เห็นแก่นของการเลือก สเปรดคงที่ทำให้ต้นทุนเรียบนิ่งเป็นตัวเลขเดียวที่คาดเดาได้ สเปรดผันแปรให้ต้นทุนต่ำสุดในชั่วโมงที่ดี แต่กดดันในตอนกลางคืนและช่วงประกาศข้อมูล สำหรับคนที่เทรดสัปดาห์ละครั้ง ความผันผวนเหล่านี้แทบไม่มีผล แต่สำหรับคนที่กดร้อยครั้งต่อวัน มันตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมด

สเปรดไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด — อย่าลืมคอมมิชชันและ swap

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบโบรกเกอร์คือดูแค่สเปรดอย่างเดียว สเปรดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนรวมของการเทรด รูปแบบ ECN ที่มีสเปรดแคบมากมักเพิ่มคอมมิชชันตามปริมาณ — โดยทั่วไปประมาณ 6 ถึง 7 USD ต่อ 1 standard lot (นับทั้งสองทาง คือตอนเปิดและปิดสถานะ) รูปแบบ Market Maker มักไม่เก็บคอมมิชชันแต่ชดเชยด้วยสเปรดที่กว้างกว่า นั่นคือเหตุผลที่โฆษณา "สเปรดจาก 0.0 pip" ไม่มีความหมายหากไม่ดูคอมมิชชันประกอบ

ต้นทุนจริงคำนวณง่ายๆ: (สเปรด × มูลค่า pip) + คอมมิชชัน + ค่าธรรมเนียมข้ามคืน (swap) มีแค่ตัวเลขรวมนี้เท่านั้นที่บอกว่าโบรกเกอร์ใดถูกกว่าสำหรับสไตล์ของคุณ บัญชี ECN ที่มีสเปรด 0.2 pip และคอมมิชชัน 7 USD อาจถูกกว่าบัญชี Market Maker ที่มีสเปรด 1.8 pip — แต่ต้องมีปริมาณการเทรดที่เพียงพอด้วย รายละเอียดการคำนวณนี้ครอบคลุมอยู่ในหมวดโบรกเกอร์ซึ่งเปรียบเทียบต้นทุนจริงระหว่างสเปรดกับคอมมิชชัน สำหรับคำนิยามที่กระชับ ดูได้ที่รายการ spread ใน ForexMechanics Glossary

รูปแบบไหนเหมาะกับใคร

การเลือกไม่ใช่เรื่องคณิตศาสตร์ล้วนๆ — ขึ้นอยู่กับว่าคุณเทรดบ่อยแค่ไหนและในช่วงเวลาไหน ยิ่งคุณเปิดการเทรดมากและสไตล์ของคุณไวต่อทุก pip มากเท่าไร ตาชั่งจะยิ่งเอียงไปทางสเปรดผันแปร ECN มากขึ้น ยิ่งคุณเข้าตลาดน้อยและถือนานขึ้น คุณยิ่งสามารถเพิกเฉยต่อความต่างและเลือกความสม่ำเสมอของสเปรดคงที่ได้

  • สเปรดคงที่เหมาะเมื่อคุณเพิ่งเริ่มต้นหรือเทรดน้อยครั้ง ต้นทุนที่คาดเดาได้ทำให้การเรียนรู้และวางแผนง่ายขึ้น และหากคุณเปิดสถานะแค่ไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ การจ่ายเพิ่มเล็กน้อยโดยเฉลี่ยก็ไม่สำคัญเมื่อเทียบกับความสะดวก เหมาะสำหรับ swing trading และสถานะที่ถือหลายวัน
  • สเปรดผันแปรเหมาะเมื่อคุณเทรดบ่อยและในชั่วโมงที่มีสภาพคล่อง นักเทรด scalper หรือ day trader ที่เปิดหลายสิบการเทรดต่อวันสูญเสียกำไรไปกับทุก pip พิเศษ ดังนั้นสเปรด ECN ที่แคบในชั่วโมงที่ดีจึงสำคัญมาก — โดยต้องหลีกเลี่ยงการเทรดกลางคืนและช่วงวินาทีรอบการประกาศข้อมูล
  • ไม่ว่ารูปแบบใด การกำกับดูแลต้องมาก่อนเสมอ สเปรดแคบที่โบรกเกอร์ต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตจาก FCA, CySEC หรือ ASIC ไม่ใช่การประหยัด แต่คือความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินฝากทั้งหมด ในประเทศไทยการซื้อขาย Forex/CFD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือ ธปท. ถือเป็นพื้นที่สีเทาทางกฎหมายที่มีความเสี่ยงทางการเงินและกฎหมาย โบรกเกอร์ราคาถูกที่หนีเอาเงินคุณไปด้วยคือโบรกเกอร์ที่แพงที่สุดในโลก

อย่าลืมบริบทความเสี่ยงในภาพกว้างด้วย จากข้อมูลของ ESMA (สหภาพยุโรป) ระหว่าง 74 ถึง 89% ของบัญชีรายย่อยขาดทุนจากการเทรด CFD — และสเปรดคือหนึ่งในเหตุผลที่เงียบซึ่งทำให้ edge หายไปเร็ว ทุกการเทรดเริ่มต้นด้วยการติดลบเท่ากับสเปรด ยิ่งสเปรดกว้างและยิ่งเทรดมาก บาร์ที่คุณต้องกระโดดข้ามแค่เพื่อกลับมาเท่าทุนก็ยิ่งสูงขึ้น

ขั้นตอนถัดไปของคุณ

  1. วัดสเปรดจริงในชั่วโมงที่คุณเทรดจริงๆ เปิดบัญชีทดลอง (demo account) ที่โบรกเกอร์สองแห่งแล้วบันทึกสเปรด EUR/USD ในเวลาที่คุณมักเทรด — หากเป็นช่วงเย็น ให้ตรวจเวลาประมาณ 22:00–23:00 น. ICT ไม่ใช่ 21:00 น. ค่าที่โฆษณา "จาก 0.0 pip" คือค่าชั่วขณะ สิ่งที่สำคัญคือค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริง
  2. คำนวณต้นทุนรวมของหนึ่งการเทรด ไม่ใช่แค่สเปรด ใช้สูตร (สเปรด × มูลค่า pip) + คอมมิชชัน + swap แล้วใส่ตัวเลขจริงจากสองบัญชี — บัญชี ECN ที่มีคอมมิชชันและบัญชี Market Maker ที่ไม่มีคอมมิชชัน ตัวเลขรวมนี้เท่านั้นที่บอกว่าอันไหนถูกกว่าสำหรับปริมาณการเทรดของคุณ
  3. ตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ก่อนเปรียบเทียบสิ่งอื่น เข้าไปที่เว็บไซต์ FCA, CySEC หรือ ASIC แล้วยืนยันหมายเลขใบอนุญาตของโบรกเกอร์ที่คุณพิจารณา หากไม่มีรายชื่อ ให้หยุดเปรียบเทียบสเปรด — ไม่มีต้นทุนใดสำคัญเมื่อเงินฝากทั้งหมดอยู่ในความเสี่ยง ศึกษาเรื่องการบริหารความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชีจริงเสมอ
  4. จับคู่รูปแบบสเปรดกับจำนวนการเทรดของคุณ นับว่าคุณเปิดสถานะกี่ครั้งต่อสัปดาห์ หากเป็นการเข้าตลาดเป็นครั้งคราว เลือกสเปรดคงที่เพื่อความสม่ำเสมอ หากเป็นหลายสิบครั้งต่อวัน เลือกบัญชี ECN พร้อมสเปรดผันแปรและฝึกหลีกเลี่ยงการเทรดกลางคืนและช่วงประกาศข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
Jarosław Wasiński
เกี่ยวกับผู้เขียน

Jarosław Wasiński

บรรณาธิการบริหาร MyBank.pl · นักวิเคราะห์การเงินและตลาด

นักวิเคราะห์และผู้ปฏิบัติงานอิสระที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในภาคการเงิน ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารของ MyBank.pl ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2004 วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและมหภาคตั้งแต่ปี 2007 เขียนจากมุมมองตลาดโลก การเทรด Forex แบบ leverage มีความเสี่ยงสูง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ในประเทศไทย

แหล่งอ้างอิงและบรรณานุกรม

  1. John Wiley & Sons Day Trading and Swing Trading the Currency Market — Kathy Lien · Mechanika bid/ask, rola spreadu jako kosztu transakcji oraz różnice między modelami market makera i ECN. www.wiley.com ↗
  2. Bank for International Settlements (BIS) Triennial Central Bank Survey — OTC foreign exchange turnover · Dane o płynności i wolumenie obrotu poszczególnych par walutowych, tło dla różnic w szerokości spreadu majors vs egzotyki. www.bis.org ↗
  3. European Securities and Markets Authority (ESMA) ESMA agrees to prohibit binary options and restrict CFDs to protect retail investors · Statystyki strat na rachunkach detalicznych CFD (74–89%) oraz uzasadnienie środków ochrony inwestora indywidualnego. www.esma.europa.eu ↗
  4. Komisja Nadzoru Finansowego (KNF) Rejestr podmiotów nadzorowanych — firmy inwestycyjne · Weryfikacja licencji brokera przed porównaniem kosztów; sprawdzenie, czy podmiot działa pod nadzorem KNF. www.knf.gov.pl ↗

คำถามที่พบบ่อย

สเปรดเหมือนกับคอมมิชชันโบรกเกอร์หรือไม่?

ไม่ ทั้งสองเป็นองค์ประกอบต้นทุนที่แตกต่างกัน สเปรดถูกฝังอยู่ในราคาของคู่สกุลเงิน — คือส่วนต่างระหว่าง bid และ ask ที่คุณจ่ายโดยอัตโนมัติทันทีที่เปิดสถานะ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คอมมิชชันคือค่าธรรมเนียมแยกต่างหากที่คิดตามปริมาณการเทรด โดยทั่วไปประมาณ 6–7 USD ต่อ 1 standard lot ที่ซื้อขาย รูปแบบ Market Maker มักไม่เก็บคอมมิชชันแต่มีสเปรดที่กว้างกว่า รูปแบบ ECN มีสเปรดแคบมากแต่บวกคอมมิชชัน ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบโบรกเกอร์ อย่ามองแค่ส่วนเดียว — คำนวณต้นทุนรวมด้วยสูตร: สเปรด × มูลค่า pip + คอมมิชชัน + ค่าธรรมเนียมข้ามคืน (swap) หากถือสถานะข้ามคืน

ทำไมสเปรดผันแปรจึงขยายตัวในตอนกลางคืนและช่วงประกาศข้อมูล?

เพราะสเปรดผันแปรสะท้อนสภาพคล่องของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งไม่คงที่ตลอดเวลา ระหว่างเวลาประมาณ 03:00 ถึง 06:00 น. (เวลาประเทศไทย / ICT) ลอนดอนปิดแล้ว นิวยอร์กกำลังปิด และโตเกียวยังไม่เปิด — ผู้ให้บริการสภาพคล่องน้อยลงหมายความว่าส่วนต่างระหว่าง bid และ ask ขยายกว้างขึ้น ช่วงที่สองคือไม่กี่วินาทีรอบการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคสำคัญ: เมื่อตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ถูกประกาศ สเปรด EUR/USD อาจพุ่งจาก 0.3 ไปเป็นหลายสิบ pip ในไม่กี่วินาที เพราะไม่มีใครอยากยื่นราคาแคบๆ ก่อนการเคลื่อนไหวที่รุนแรง นี่ไม่ใช่กลลวงของโบรกเกอร์ แต่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของตลาดต่อสภาพคล่องที่หดตัวชั่วคราวและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

สเปรดคงที่หรือผันแปร — แบบไหนดีกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น?

สำหรับผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่ สเปรดคงที่ดีกว่า ด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติข้อเดียว: ความสามารถในการคาดเดาได้ คุณรู้ล่วงหน้าว่าจะจ่ายเท่าไรในการเข้าสถานะ ทำให้คำนวณต้นทุน วางแผนขนาดสถานะ และเรียนรู้ได้ง่ายโดยไม่มีเซอร์ไพรส์อันไม่พึงประสงค์อย่างสเปรดที่ขยายตัวอย่างกะทันหัน โดยเฉลี่ยคุณจะจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสเปรดผันแปร แต่หากคุณเปิดเพียงไม่กี่สถานะต่อสัปดาห์ ความต่างนั้นไม่สำคัญเมื่อเทียบกับความสะดวก สเปรดผันแปรในบัญชี ECN เริ่มจ่ายคืนได้เมื่อมีจำนวนการเทรดสูงและเทรดในชั่วโมงที่มีสภาพคล่อง — คือสำหรับ scalper หรือ day trader ที่กระตือรือร้น ไม่ว่ารูปแบบใด ตรวจสอบก่อนว่าโบรกเกอร์ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอย่าง FCA, CySEC หรือ ASIC ในประเทศไทย โบรกเกอร์ต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. มีความเสี่ยงทางกฎหมายสำหรับผู้ใช้

สเปรดบน EUR/USD กว้างแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่สกุลเงินรอง?

ความต่างนั้นมหาศาลและเป็นผลโดยตรงจากสภาพคล่อง EUR/USD คือคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ดังนั้นสเปรดผันแปรที่โบรกเกอร์ ECN ชั้นนำอยู่ระหว่าง 0.1 ถึง 1 pip ในขณะที่สเปรดคงที่ที่ Market Maker มักอยู่ที่ 1 ถึง 2 pip สำหรับคู่สกุลเงินรองอย่าง USD/TRY (ลีราตุรกี) หรือ USD/ZAR (แรนด์แอฟริกาใต้) สเปรดอาจสูงถึง 10–50 pip หรือมากกว่า เพราะตลาดเบาบางและความเสี่ยงในการถือฝั่งตรงข้ามสูงกว่ามาก ในทางปฏิบัติ บน 1 standard lot: สเปรด 0.3 pip บน EUR/USD คิดเป็นต้นทุนประมาณ 3 USD ในขณะที่ 40 pip บนคู่สกุลเงินรองคือประมาณ 120 USD เพียงแค่ในการเข้าสถานะ นั่นคือเหตุผลที่ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจากคู่สกุลเงินหลัก (majors) ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดก่อน แล้วค่อยไปสู่คู่สกุลเงินรองในภายหลัง

เจาะลึกเพิ่มเติม · คู่มือฉบับสมบูรณ์